กล้าจริง?

posted on 03 Aug 2012 16:14 by mokona-xenon
เดี๋ยวนี้เวลาอ่านเฟสบุ๊ค หรือบอร์ดต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตรู้สึกว่าคนเรานี่กล้าจังเนอะ
กล้าในการแสดงความคิดเห็น
และกล้าที่จะเผยตัวตนของตัวเองมากขึ้น
 
บางคนเป็นเพศชายในสังคม
แต่พอในโลกออกลายก็ล่าเหยื่อหาผู้ชายกิน ??
เพราะสังคมของครอบครัวที่ยังไม่ยอมรับ
 
ถามว่าผิดไหมก็ไม่ผิด แต่กล้าเกินไปก็ไม่ดี
เกรียนเกินไปก็ไม่งาม
 
สังคมแอ๊บๆ คนของไทยทำให้เราทำตัว สร้างภาพต่างๆ ว่าเป็นคนดี
เป็นคนน่ารัก ถามว่าจริงๆ คนที่เราพบเจอนั้นเป้นยังไง
สันดานดิบคงเห็นได้ในโลกดินเตอร์เน็ตนี่แหละ
 
แล้วหลังๆ นี่ยิ่งไปกันใหญ่
ภาษาสก๊อย แม่เจ้า กรูจะบ้า -*-
อ่านยากไปไหมคะพี่น้อง
แค่พิมพ์ผิดก็จะอ่านไม่ออกอยู่แล้ว
ยังจะคิดภาษาแปลกๆ ให้อ่านไม่รู้เรื่องอีก ฮ่วย!
 
แล้วที่สำคัญพวกที่ปากเก่งในอินเตอร์เน็ต
เจอจริงๆ กลับไปกล้า (ในโลกสวยนี่เยอะมาก)
 
เบื่อจริง...
 

ดีหรือไม่... อยู่ที่ไหน

posted on 19 Apr 2012 16:31 by mokona-xenon
ไม่ค่อยได้อัพเลยเนอะ...
 
แหงสิ ก็ทั้งงาน ทังความขี้เกียจนิ
เอ๊ะ! ยังไง
 
พักหลังมานี่ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นมาให้เมาท์ได้เลย
ทำไมนะเหรอ...
ส่วนหนึ่งเพราะเลือกที่จะมองข้าม มองผ่านมันมากกว่า
จริงๆ แล้วคนเราในวันๆ หนึ่งเนี่ยมันมีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามา
สำคัญอยูที่ว่า เราลือกที่จะใส่ใจมันแค่ไหน
 
คงเป้นความจริงที่เราจะบอกว่า เราจำเรื่องราวที่เลวร้ายไ้ด้มากกว่าเรื่องดีแสนดี
และคงเป็นเหมือนเพื่อนที่แสนดีที่บอกแกฉีนมาว่า
"ขนาดเรื่องดีๆ แป๊บเดียวเรายังลืมได้ ประสาอะไรกับเรื่องที่ไม่ดี"
เออ จริง..
เชื่อไหมว่านั่นเป็นเหมือนสิ่งที่จุดประกายในความคิดเลยนะ
 
เมื่อวันก่อนมีพี่คนหนึ่งโทรหาแล้วบ่นๆ เรื่องที่แกไม่พอใจให้ฟัง
คนที่พี่แกไม่อยากเจอก็ยังต้องมาเจอ บลาๆ
ประมาณว่าเข้าตำรา ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ
แหงล่ะ ถ้าเราไม่เกลียดเขา เราเจอเขาก็คงรู้สึกเฉยถ้าเจอ
เผลอๆ เราจะไม่เห็นเขาเดินมาด้วย
 
ดังนั้นเราหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เราไม่ชอบใจมากเกินไปรึเปล่า
เวลาเรื่องดีแสนดีเกิดขึ้นทำไมเราไม่เก้บไว้
คิดว่าจริงๆ แล้วพวกเราอาจจะอาศัยพลังงานด้านลยเป็นตัวขับเคลื่อนชีวิตอยู่ก็ได้นะ... ใครจะรู้
 
ก็นะ... ยังไงมนุษย์อย่างเราก็เลือกที่จะมองเห็น แบบเข้าข้างตัวเองอยู่แล้ว
พอบางครั้งคิดได้แบบนี้เลยเข้าทาง
เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เลือกที่จะไม่สนใจในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบไปซะ
คิดว่าแบบนั้นเราน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า
 
พอเริ่มทำได้... เชื่อไหมมันดีขึ้นนะ
เพราะเอาจริงๆ ทำงานยุ่งๆ ก็วุ่นพออยู่แล้ว
ไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่นหรอก
 
แต่กลับกัน พี่คนที่โทรมาบ่น
เขาก็ยังบอกว่า เข้าไม่ยุ่ง ทำไมอีกฝ่ายยังมายุ่งกับเขาตลอด
อ่ะ! แบบนี้คงต้องบอกว่า
เหมือนเวลาเราเห้นคนมองเรานั่นแหละ
ถ้าเราไม่มองเขากลับ เราจะรู้ไหมว่าเขามอง
ทั้งที่จริงๆ แล้วเราอาจจะแค่รู้สึกว่าเขามอง เลยมองไป
เขาก้รู้สึกว่าเรามอง เลยมองกลับก็เป้นได้
ต่างคนตามมอง มองไปมองมา ก็หาเรื่องกัน
ไร้สาระ
 
แต่ก็นั่นแหละคนมันว่าง... ถ้าไม่ว่างมันคงไม่มีเวลามาหาเรื่องกันหรอก
จริงไหม... ^^
 
ช่วงนี้งานเยอะมากมาย
เพราะมีพี่ที่ออฟฟิศออกไป 2 คน
งานเลยเหมือนล้นทะลัก
ตอนนี้เลยเหมือนวงจรหัวไช้เท้าที่ต้องสาดปุ๋ยเร่งงาน เร่งโต
 
อาทิตย์แรก เช็คปรูพ ตรวจเพลท ของเล่มที่กำลังปิด เตรียมหาข้อมูล
อาทิตย์ 2 เริ่มลันล้า หาข้อมูล ออกไปงาน สัมภาษณ์
อาทิตย์ 3 เขียนๆๆๆๆ ผิดต้นฉบับ ตรวจงานนักเขียน
อาทิตย์ 4 ปรูฟๆๆๆๆๆๆ
 
จบกันชีวิตเป็นลูปที่ไม่รู้จบมากๆๆๆ
.
.
.
 

ดวงกับความรัก~♪

posted on 03 Feb 2012 14:01 by mokona-xenon
วงจรหัวไชเท้าจบไปแล้ววววว
.
.
.
และกำลังจะเริ่มใหม่ เลยมีเวลามาเขียนหน่อย ^^
 
ก่อนหน้านี้ได้ไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
เลยอยากเล่าหนึ่งในเรื่องที่เขาคุยให้ฟังกัน
ประเด็นก็คือ เรื่องของความเชื่อเรื่องปีชงกับสมพงษ์
ซึ่งหลายๆ คนอาจจะคุ้นชินกันบ้าง
เวลาขึ้นปีใหม่ หรือนักกษัตรใหม่ทีนึงก็จะมีคนมาพูดทีนึง
เช่นว่า ปีเสือไม่ถูกกับปีลิง อะไรแบบนั้น
 
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวกับความรักอย่างไร
ความเชื่อของคนจีนบอกว่า
ห่างกัน 3 ปี กับ 6 ปี ไม่ได้
ถ้าดีก็คือ 4 ปี กับ 8 ปี
 
ตัวอย่าง
a เกิดปี ขาล (เสือ) ห่างกัน 3 ปี ไม่ดีก็คือ มะเ็๋ส็ง (งูเล็ก) และ 6 ปี ไม่ดีคือ วอก (ลิง)
แต่ห่างกัน 4 ปีแล้วดีคือ มะเมีย (ม้า) 8 ปีแล้วดีก็คือ ปีจอ
 
ดังนั้นคนจีนเวลาหาคู่เลยมันจะหาที่ห่างกัน 4 หรือ 8 ปี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นกับการตกฟาก
เวลา วัน เดือน ที่เกิดอีกทีนึงด้วย
 
นอกจากนี้อ.ท่านนี้ยังบอกถึงวิธีการดูว่าคนนี้คือคนที่ใช่หรือไม่ใช่แบบง่ายกว่านั้นด้วย
คือ เอาวันเดือนปีเกิดของคน 2 คน ไปวางไว้ที่ตี่จู่เอี้ยะ (เจ้าที่ของจีน)
แล้วถ้าภายใน 3 วันไมมีของแตก ไม่มีใครทำจานชามแตก ก็เป็นอันใช้ได้
2 คนนี้ไปกันได้
 
สำหรับคนที่กำลังคิดจะหาคู่
หรือกำลังลังเลกับคนที่คบอยู่เอาไปเลียบๆ เคียงๆ ดูก็ได้นะ
แต่ถ้ามีแฟนอยู่แล้ว อย่าไปคิดมากเลย
คบๆ ไปเหอะ ผู้ชาย(แท้) เดี๋ยวนี้มันหายากกกกส์
แต่ถ้าหาผู้หญิงดีๆ หาเรา ฮ่าๆๆ
 
อย่างไรก็ตาม เรื่องของดวงก็เป้นเรื่องของหลักสถิติ
ใครจะเชื่อก็คงไม่ผิด
ระวังไว้บ้าง เชื่อผู้ใหญ่ท่านว่าบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
แต่อย่างมงาย
เพราะสุดท้ายการตัดสินใจก็เป็นของเรา
ไม่ใช่เรื่องที่สวรรค์กำหนด
เราเป็นคนกำหนดการกระทำและความคิดของเราเองจ๊ะ~♪

2012

posted on 02 Jan 2012 00:33 by mokona-xenon
あけましておめでとうごさいます。
Happy New Year 2012
สวัสดีปีใหม่ 2555
 
ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนนะ~♪

ออฟฟิศลั่นลันล้า

posted on 28 Dec 2011 14:19 by mokona-xenon
เกริ่นบ้าบอ
ไม่ได้อัพนานมาก -*-
เพราะอะไรนะเหรอ
หึหึหึ เพราะแอบอัพที่ทำงานไม่ได้นะสิ Orz
แล้วแกจะอัพที่ทำงานหาพระแสงอะไร... ก็อยู่บ้านเค้าขี้เกียจนิ
 
ออฟฟิศลั่นลันล้า
ทำไมออฟฟิศถึงลั่นลันล้า
เพราะตอนนี้มันมีดูดราม่า
ไม่เข้าใจเหมือนกัน
 
คนเราเมื่อมีงานทำก็เท่ากับมีเงินใช้
ไม่มีงานก็เท่ากับไม่มีเงิน
ดังนั้นอย่าหาเรื่องออกจากงานโดยไม่จำเป็น
นอกเสียจากว่า 'เราจะทนไม่ได้'
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมด มันก็ขึ้นกับตัวเราเอง
ชีวิตของเราเอง อย่าเลือกที่จะฟังคนอื่น
เพื่อนที่ทำงานก็คือเพื่อนที่ทำงาน
ไม่ใช่ พ่อ แม่ พี่ หรือน้อง
การที่คุณจะอยู่ จะเข้า จะออก
เพื่อนที่ทำงานไม่ได้ส่งผลอะไรกับคุณทั้งสิ้น
 
ดังนั้น ในเมื่อชีวิตและการตัดสินใจเป็นของคุณเองแล้ว
กรุณา... ใช้มันด้วยสมอง และปัญญาที่มี อย่าใช้ด้วยอารมณ์
รวมถึงอย่าเอาตัวเองมาเป็นเครื่องต่อรอง
ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม
อย่าคิดว่าตัวเองดีที่สุด อย่าคิดว่าความคิดตัวเองถูกต้องที่สุด
เหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ
 
เหนือเราก็ยังมีเจ้านาย
เราเลือกเจ้านายไม่ได้่ แต่เราเลือกที่ทำงานได้
ถ้าไม่พอใจนายก็เปลี่ยนที่ทำงานซะ... จบ
เจ้านายก็เหมือนกันเรา มีถูกมีผิดได้เสมอ
 
ถ้าคุณไม่พอใจ อย่าไปงึมงำคนเดียว
บอกเขาไปเลย
ถ้าไม่พูดเขาจะรู้ได้ยังไง... จริงไหม
 
ชีวิตมันไม่มีอะไรที่จะเข้าข้างเราไปทุกอย่าง
อย่าคิดมาก
อย่าฟังมาก... จนเกินงาม
และอย่าพูดต่อ
แล้วชีวิตในออฟฟิศก็จะล้นล้าได้อย่างไม่ยากเย็น
 
ขอให้ชาวออฟฟิศโชคดีรับปีใหม่
-จบจ๊ะ-
 
...ใครเคยเจออะไรมาเล่าๆ มาบ้างนะ  อยากรู้ ^^
 

ก่อนคอน X

posted on 10 Nov 2011 11:14 by mokona-xenon
เห็นข่าวเรื่องเบนซ์ พูดว่าป๋าโบเหมือนสาวประเภทสองแล้วหงุดหงิด
อย่างแรง
มันอยู่ที่คำว่าสมควรจะพูดรึเปล่าจริงๆ
โอเคว่าผ่านไปแล้วล่ะนะ
แต่คนพูดทำไมไม่เป้นคนออกมาพูดขอโทษเอง (ว่ะ)
ทำไมต้อให้สรนุทธฺเป็นคนพูดขอโทษแทน
โตๆ กันแล้ว คนเป็นอฟนคลับก็โตแ้ล้ว
คุณมาขอโทษก็เข้าใจ
 
เอาจริงๆ นะไปอ่านกระทู้ของคนที่ไม่ชอบ X
แล้วด่าสาวก X ว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องโมโห
 
ลองยกตัวอย่างว่า
สมมุตฺว่าเราไม่รู้จักณเดชน์ (จริงๆ ก็รู้จักแต่ชื่อล่ะนะ)
แล้วเราเป็นสื่อที่ออกทีวีแบบเดียวกับที่เบนซ์ทำ
แล้วเราพูดแบบว่าณเดชน์ว่าเหมือนสาวประเภทสอง
ด้วยน้ำเสียงและท่าทางแบบเบนซ์
เชื่อเถอะว่าเหล่าสาวๆ ที่ชอบ ณเดชน์เล่นเบนซ์หนักว่านี้อีก
ดังนั้นรักใครชอบใครไม่ผิด
แต่อย่าไประรานคนอื่น
 
ส่วนเบนซ์... จบแล้วก็จบ
แม้ว่าเราเองจะรู้สึกว่าคุณควรพูดเองมากกว่า
ตอนนี้มันเหมือนพูดไปแล้ว
แต่หลบหลังคนอื่นเวลาขอโทษ
มันไม่แมนเลย ป๊อดมาก
 
ปล.ไว้จะมาอัพความรู้สึกเรื่องคอนเสิร์ต X Japan อีกทีว่าสนุกแค่ไหน >///<
 
ありがとう。 X Japan สำหรับคอนเสิร์ตที่ดีที่สุด